Wednesday, February 29, 2012

วิธีอ่านภาษาบาลี

ภาษาบาลีเป็นภาษาสำคัญทางพระพุทธศาสนา เพราะเป็นภาษาที่ใช้จารึกพระไตรปิฎกและคัมภีร์อื่นๆ ของพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท เป็นภาษาที่มีระเบียบแบบแผนดีมากที่เรียกกันอีกอย่างหนึ่งว่า”ตันติภาษา”

ในสมัยพุทธกาลในอินเดีย ภาษานี้คนทั่วไปใช้พูดกันมากโดยเฉพาะในแคว้นมคธ อันเป็นอาณาจักรที่มีอำนาจมากในสมัยนั้น จึงได้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า”ภาษามคธ” พระพุทธเจ้าและพระสาวกในสมัยนั้นใช้ภาษานี้มากในการประกาศพระศาสนาเพราะคนพื้นเมืองทั่วไปนิยมพูดกัน

ภาษานี้ได้มีการศึกษากันมากในประเทศที่นับถือพระพุมธศาสนาฝ่ายเถรวาทโดยเฉพาะในหมู่พระภิกษุสามเณร เช่น ไทย พม่า ศรีลังกา และยังใช้พูดกันอยู่ในหมู่นักปราชญ์ทางภาษาบาลี คนไทยผู้นับถือพระพุทธศาสนาจึงควรทราบวิธีการอ่านภาษานี้ไว้ด้วยเพื่อใช้ในการอ่านและการสวดมนต์ให้ถูกต้อง เพราะยังใช้กันอยู่มากในวงการพระพุทธศาสนาในประเทศไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัยมาจนถึงปัจจุบันนี้


การอ่านหรือการสวดภาษาบาลีในประเทศไทยมี ๒ แบบ คือ

(๑) อ่านแบบไทย (แบบสังโยค)
(๒) อ่านแบบสากล(แบบมคธหรือบาลี)


การอ่านแบบสังโยค


การอ่านหรือการสวดแบบสังโยค เป็นการออกสำเนียงแบบไทยๆ ตามสำเนียงของคนไทย แต่ก็มีวิธีอ่านเหมือนกันโดยมีเครื่องหมายการอ่านที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส พระองค์ผู้ประสิทธิ์ประสาทความเจริญแห่งวิชาการทางพระพุทธศาสนา ได้ทรงจัดทำไว้เป็นพิเศษสำหรับการอ่านภาษาบาลีโดยเฉพาะคือเครื่องหมายนิคหิต ( ํ ) และเครื่องหมายจุด ( . ) โดยมีกฎเกณฑ์ในการอ่าน ดังนี้


ก. สระ”อะ” ไม่มีประวิสรรชนีย์ แต่ออกเสียงสระอะ กล่าวคือไม่ใช้รูปสระ อะ พยัญชนะที่เขียนโดดๆ โดยไม่มีสระใด ๆ ให้อ่านออกเสียงเสมือนหนึ่งมีสระ อะ ผสมอยู่ เช่น สปริวารานิ อ่านว่า”สะ-ปะ-ริ-วา-รา-นิ” จรติ อ่านว่า จะ-ระ-ติ มรณธมฺโมมฺหิ อ่านว่า มะ-ระ-นะ-ทัม-โมม-หิ

ข. เครื่องหมายนิคหิต เท่ากับไม้หันอากาศและ ง สะกด ( อัง)ในกรณีที่พยัญชนะตัวนั้นไม่สระอื่นๆในภาษาบาลีประกอบอยู่ เช่น อรหํ อ่านว่า”อะ-ระ-หัง” เขียนเป็นภาษาไทยว่า อะระหัง,

มรณํ อ่านว่า”มะ-ระ-นัง” เขียนเป็นภาษาไทยว่า มะระณัง

สระเสียงสั้น เช่น ก กิ กุ เมื่อใส่นิคหิตไว้ข้างบนแล้วออกเสียงเหมือนมีตัว ง สะกดหรือกรณีที่ตัวอักษรที่มีนิคหิตอยู่ด้วยนั้นมีสระอื่นๆ(อิ อุ )ผสมอยู่ด้วย ตัวนิคหิตที่อักษรนั้นก็เท่ากับตัว ง สะกดอย่างเดียว เช่น กึ อ่านว่า กิง เขียนเป็นเป็นภาษาไทยว่า กิง, อโหสึ อ่านว่า”อะ-โห-สิง” เขียนเป็นภาษาไทยว่า อะโหสิง , วิสุํ อ่านว่า”วิ-สุง” เขียนเป็นภาษาไทยว่า วิสุง

ค. เครื่องหมายพินทุ ( . )เท่าบตัวสะกดและไม้หันอากาศ ธมฺโม อ่านว่า”ทัม-โม” เขียนเป็นภาษาไทยว่า ธัมโม สงฺโฆ อ่านว่า”สัง-โค” เขียนเป็นภาษาไทยว่า สังโฆ

แต่ถาหากว่า พยัญชนะข้างหน้าตัวจุดนั้นมีสระอยู่แล้ว ตัวจุดนั้นเท่ากับตัวสะกดอย่างเดียว เช่น สิกฺขา อ่านว่า”สิก-ขา” เขียนเป็นภาษาไทยว่า สิกขา , ทุกฺขํ อ่านว่า”ทุก-ขัง” เขียนเป็นภาษาไทยว่า ทุกขัง , วิชฺชา อ่านว่า”วิด-ชา” เขียนเป็นภาษาไทยว่า”วิชชา “ ,เสยฺโย อ่านว่า”สัย-โย” เขียนเป็นภาษาไทยว่า”เสยโย” , โมกฺขํ อ่านว่า”โมก-ขัง” เขียนเป็นภาษาไทยว่า”โมกขัง” เป็นต้น

ง. ถ้าหากว่าพยัญชนะตัวสะกดเป็นอักษร ส เวลาอ่านจะมีเสียง ห กล้ำเข้ามาและอักษร ส เป็นเสียงอุสุม (คืออ่านเหมือน ส ซ้อนเข้ามาอีกตัวหนึ่ง)เช่น อายสฺมา อ่านว่า”อา-ยัด-สมา”(หม้า) เขียนเป็นภาษาไทยว่า”อายัส๎มา” ,ตสฺมึ อ่านว่า”ตัด-สมิง”(หมิ้ง) เขียนเป็นภาษาไทยว่า”ตัสมิง


การอ่านแบบมคธ

การอ่านแบบมคธ/บาลี หรือการออกเสียงแบบมคธนี้นิยมกันทั่วไปในการอ่านหรือการพูดภาษาบาลีระหว่างประเทศ แม้การเขียนบาลีด้วยอักษรโรมันก็ใช้การออกเสียงแบบนี้ คือการออกสำเนียงชาวอินเดีย โดยมีกฎเกณฑ์ในการอ่านสำเนียงมคธ ตามที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงวางไว้ดังนี้

๑. ค ออกเสียง ก กล้ำ ง = กงฺ ตรงกับ g

๒. ช ออกเสียง จ กล้ำ ย = จฺย ตรงกับ j

๓. ฆ ออกเสียง ฆ กล้ำ ห = ฆฺห ตรงกับ gh

๔. ฌ ออกเสียง ฌ กล้ำ ห = ฌฺห ตรงกับ jh

๕. ฒ ออกเสียง ฒ กล้ำ ห = ฒฺห ตรงกับ dฺh

๖. ธ ออกเสียง ธ กล้ำ ห = ธฺห ตรงกับ dh

๗. ภ ออกเสียง ภ กล้ำ ห = ภฺห ตรงกับ bh

๘. ฑ ออกเสียง ฎ ตรงกับ dฺ

๙. ท ออกเสียง ด ตรงกับ d

๑๐. พ ออกเสียง บ ตรงกับ b


นอกจากนี้ออกเสียงตรงตัวเหมือนภาษาไทยแต่ ญ ฏ ฐ ณ ออกเสียงเป็นพิเศษให้ขึ้นนาสิกหรือเพดาน

(ก) ญ= ñ (ข) ฏ= tฺ (ค) ฐ =tฺh (ฆ) ณ= nฺ


แต่เสียงที่อ่านต่างกันมากในระหว่างการอ่านสำเนียงสังโยคและสำเนียงมคธ ก็มีอักษร ๒ ตัว คือ ท ออกเสียง ด และ พ ออกเสียงเป็น บ เช่น พุทฺโธ อ่านว่า บุดโธ , สพฺเพ อ่านว่า สับเบ


ส่วนอักษรนอกจากนี้ก็ออกเสียงไม่ต่างกันมากนัก ฉะนั้น จึงขอให้ท่านผู้สนใจได้ศึกษาและสังเกตไว้ด้วย

No comments:

Post a Comment