Wednesday, February 29, 2012

การกำหนลมหายใจด้วยการนับ

หากท่านผู้ใด ฝึกสมาธิด้วยวิธีข้างต้นไม่ได้ผลดี หรือสามารถทำได้ดีแล้ว แต่ต้องการจะหาวิธีใหม่บ้าง ก็ลองหันมากำหนดลมหายใจด้วยการนับ ก็อาจจะได้ผลดี หรือได้ผลเพิ่มขึ้น เพราะอุปนิสัยของแต่ละคนถนัดไม่เหมือนกัน
การกำหนดลมหายใจด้วยการนับนี้ เรียกว่า คณราการนับ โดยส่งใจไปกำหนดนับอยู่ที่ปลายจมูกแห่งเดียว หายใจเข้าก็ให้รู้ว่าหายใจเข้า หายใจออกก็ให้รู้ว่าหายใจออก คณนามีอยู่2 วิธี คือ

1. การนับอย่างช้า
2. การนับอย่างเร็ว

การนับอย่างช้า คือ เมื่อผู้ฝึกได้เตรียมการเบื้องต้นต่างงเรียบร้อยแล้ว และเข้านั่งประจำที่ในการฝึกพร้อมแล้ว ก็ให้เริ่มนับ (นับแต่เพียงในใจ) โดยนับเป็นคู่ๆดังนี้

รอบที่หนึ่ง
หายใจเข้า นับว่า หนึ่ง ออก นับวา หนึ่ง
หายใจเข้า นับว่า สอง ออก นับวา สอง
หายใจเข้า นับว่า สาม ออก นับวา สาม
หายใจเข้า นับว่า สี่ ออก นับว่า สี่
หายใจเข้า นับว่า ห้า ออก นับว่า ห้า
แล้วเริ่มนับถอยมาจาก ห้า-ห้า จนถึง หนึ่ง-หนึ่ง ใหม่ ดังนี้
หายใจเข้า นับว่า ห้า ออก นับว่า ห้า
หายใจเข้า นับว่า สี่ ออก นับว่า สี่
หายใจเข้า นับว่า สาม ออก นับวา สาม
หายใจเข้า นับว่า สอง ออก นับวา สอง
หายใจเข้า นับว่า หนึ่ง ออก นับวา หนึ่ง

รอบที่สอง เริ่มนับจาก หนึ่ง-หนึ่งไปจนถึงหก-หก แล้วย้อนกลับมาใหม่ โดยนับจาก หก-หก ไปจนถึง หนึ่ง –หนึ่งอีก

รอบที่สาม เริ่มนับจาก หนึ่ง-หนึ่งไปจนถึงเจ็ด-เจ็ด แล้วย้อนกลับมาใหม่ โดยนับจากเจ็ด-เจ็ด ไปจนถึง หนึ่ง –หนึ่งอีก

รอบที่สี่ เริ่มนับจาก หนึ่ง-หนึ่งไปจนถึงแปด-แปดแล้วย้อนกลับมาใหม่ โดยนับจากแปด-แปด ไปจนถึง หนึ่ง –หนึ่งอีก

รอบที่ห้า เริ่มนับจาก หนึ่ง-หนึ่งไปจนถึงเก้า-เก้า แล้วย้อนกลับมาใหม่ โดยนับจากเก้า-เก้า ไปจนถึง หนึ่ง –หนึ่งอีก

อนึ่ง ในการนับนี้ มีกฏอยู่ว่า ไม่ควรนับให้ต่ำกว่า 5 ไม่ควรนับให้เกินกว่า 10 และไม่ควรนับให้ข้ามลำดับ ทั้งนี้ก็เพราะว่าถ้านับต่ำกว่า5ใจจะกระวนกระวายอยู่ในวงที่แคบเหมือนฝูงโคที่แออัดอยู่ในคอกที่คับแคบ ถ้านับเกินกว่า10ใจก็จะมุ่งแต่การนับมากกว่าการกำหนดลมหายใจ และถ้านับข้ามลำดับ ใจก็จะคิดกังวลไปว่ากรรมฐานถึงที่สุดแล้วหรือยังไม่ถึงซึ่งจะทำให้ใจฟุ้งซ่านได้ ฉะนั้นผู้ปฏิบัติควรจะเว้นข้อห้ามดังกล่าวเสีย

การฝึกจิตด้วยการนับนี้ เป็นการฝึกจิตให้สงบด้วยวิธีหนึ่งซึ่งเป็นวิธีฝึกจิตที่ได้ผลอย่างหนึ่งในพระพุทธศาสนา ขอแนะนำว่า การฝึกสมาธิที่จะได้ผลดีนั้น จะต้องมีอาจารย์เป็นผู้คอยแนะนำควบคุม เพราะการฝึกโดยไม่มีหลักเกณฑ์ที่ถูกต้องตามหลักพระพุทธศาสนา หรือโดยไม่มีอาจารย์ควบคุมแนะนำนั้น อาจจะได้ผลน้อยหรือไม่ได้ผลเลย หรืออาจจะเกิดผลเสียก็ได้ ฉะนั้น อาจารย์ผู้สอนจึงมีความสำคัญมาก สำหรับผู้ฝึกสมาธิ และการฝึกนั้นก็ต้องค่อยทำค่อยไป อย่าฝึกด้วยความหักโหม และควรฝึกเป็นประจำทุกวันเช่นเดียวกับการออกกำลังกาย จึงจะได้ผลดี

คำสอนของพระพุทธเจ้านั้น ต้องพิสูจน์ด้วยการปฏิบัติ จึงจะเข้าใจได้ซาบซึ้ง ไม่ใช่เพียงแต่การคิดเอา ถ้าปฏิบัติได้ถูกต้องแล้ว พระธรรมที่ประพฤติดีแล้ว ก็ย่อมจะรักษาผู้ประพฤติธรรมให้มีความสุขความเจริญได้อย่างแน่นอน

No comments:

Post a Comment